วิธีการปลูกบัตเตอร์นัท สควอช

บัตเตอร์นัท สควอช (Butternut Squash) ชื่อนี้ถ้าพูดถึง คงไม่มีคนรู้จัก แต่ถ้าบอกว่า ฟักทอง ทุกคนจะร้อง อ๋อ จริงๆ คือ ฟักชนิดหนึ่ง รสชาด คล้ายฟักทอง แต่เนื้อจะเหนียวและแน่นกว่าฟักทองทั่วๆ ไป รูปร่างคล้ายน้ำเต้า ผิวสีเหลืองเข้มเมื่อแก่จัด เนื้อสีเหลืองส้ม เนื้อแน่น รสชาดหวานหอมประโยชน์มีมากมายอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ อัดแน่นไปด้วย วิตามินเอ วิตามินซี วิตามิตบี-6 แคลเซียม เหล็ก และ แมกนีเซียม มีเบต้าแคโรทีนเช่นเดียวกับฟักทอง

บัตเตอร์นัท สควอช มีหลายสายพันธุ์ ทางเราเลือกปลูกสายพันธุ์ที่ดีที่สุด รูปทรงสวย รสชาดเกรดพรีเมียม เมล็ดแท้ Hybrid F1 ถิ่นกำเนิดเมล็ดนำเข้ามาจากประเทศอเมริกา เนื่องจากในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีการปลูกแพร่หลายมากนัก เพราะมักเข้าใจผิดว่าเป็นพืชเมืองหนาวต้องปลูกได้ที่ภูมิอากาศหนาวเย็นเท่านั้น

ทำไมถึงเลือกปลูก

บัตเตอร์นัท ที่ผ่านมาในรอบ 3-4 ปี ทดลองปลูกพืชและผลไม้หลายชนิด เพื่อที่จะตอบโจทย์ของตัวเองในเชิงพาณิชย์ พบว่าพืชบางตัวสามารถปลูกได้ และ บางตัวปลูกได้แต่มีข้อจำกัดเยอะ ข้อดีของการปลูกบัตเตอร์นัท นอกจากเรื่องรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแล้ว สิ่งสำคัญของการปลูกก็คือ การทนทานต่อโรคและแมลงปากดูด ใช้ระยะเวลาสั้นเพียงแค่ 100 วัน นับจากการเพาะเมล็ดไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ที่สำคัญผลผลิต สามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้นาน 4-5 เดือน ตามมาครับ มาดูวิธีการปลูก บัตเตอร์นัท สควอช ของบ้านสวนทัศนา ตั้งแต่หยอดเมล็ด ยาว ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว และแปรรูป กันดีกว่า

1.เพาะเมล็ดแบบง่าย :

 ก่อนทำการเพาะเมล็ดในถาด 25หลุม ให้นำเมล็ดไปแช่น้ำหมาดๆ ในผ้าขาวบาง นาน 24 ชั่วโมง รอจนรากปริ่มแทงออกมาจากเปลือก พร้อมนำไปหยอดลงถาด

2. หยอดเมล็ดลงถาดเพาะ : 

ใช้พีทมอสเป็นวัสดุเพาะเมล็ด นำเมล็ดที่มีรากปริ่ม อย่าให้ยาวมาก มาหยอดลง ในหลุมที่เตรียมไว้ แนวนอน หรือ ตั้งก้อได้ แล้วกลบ รดน้ำ เช้า-กลางวัน-เย็น ประมาณ 10 วัน จนใบจริงขึ้น 2 ใบ

3. ลงแปลงปลูก : เตรียมแปลงปลูกในโรงเรือน ใช้การปลูกแบบระบบน้ำหยด เนื่องจากใบ บัตเตอร์นัทจะมีขนาดใหญ่ ควรให้มีระยะห่างใหญ่หน่อย 60×60 เซนติเมตร ควรปลูกช่วงเย็นเพื่อให้ต้นกล้าฟื้นตัวช่วงกลางคืน

4. ปุ๋ยและปริมาณการให้น้ำ : บัตเตอร์นัท ตอบสนองต่อปุ๋ยเม็ดได้อย่างดี ในระยะแรก ตั้งแต่ ลงแปลงปลูก-จนถึงช่วงติดลูก ใช้ปุ๋ยเม็ด สูตรเสมอ 16-16-16 ละลายน้ำ สูตรเดียวตลอด ที่มีค่า อีซี 2,000-3,000 ไมโครซีเมนต์/ซม ในระยะที่สอง ตั้งแต่ ติดลูก-ก่อรเก็บเกี่ยวผลผลิต ใช้ปุ๋ยเม็ด สูตรเสมอ 16-16-16 ผสม ปุ๋ยเกล็ด 0-0-50 ด้วยสัดส่วน 50% เพื่อเพิ่มความหวาน จ่ายน้ำผ่านทางเทปน้ำหยดทุกวันๆ ละ 3 ครั้ง ด้วยอัตรา 1.0-2.0 ลิตร/วัน/ต้น

5.การออกดอก และ การผสมเกสร : อายุ 20-25 วัน นับจากลงแปลงปลูก จะเริ่มมีดอกตัวเมีย ให้เห็นก่อนอย่างชัดเจนที่ข้อของลำต้น ลักษณะดอกตัวเมียจะเป็นรูปทรงบัตเตอร์นัท ฉบับมินิ ปลายกลีบดอกจะบานออกเพื่อรอการผสมจากเกสรตัวผู้ ในกรณีที่ได้รับการผสมเกสร ดอกตัวเมียจะฝ่อและร่วงหลุดไป สำหรับดอกตัวผู้จะออกมาทีหลังที่ข้อของลำต้น และมีจำนวนน้อยกว่าตัวเมีย นำเกสรตัวผู้เด็ดกลีบดอกออกไปเหลือแต่ อับละอองเกสร นำมาทาถู ที่เกสรตัวเมียเบาๆ เพื่อป้องกันเกสรหัก 1 ก้านเกสรตัวผู้ ผสมได้ 2-3 ดอกตัวเมีย เลยทีเดียว ในกรณี ที่ตัวเมียเป็นดอกสมบูรณ์เพศจะสามารถติดลูกเอง แต่ ลูกอาจจะสั้นและป้อม ไม่ใหญ่ มากนัก

6. การไว้ผลและจำนวน : บัตเตอร์นัท 1 ต้น สามารถ ไว้ผลผลิตได้ ขั้นต่ำ 2-3 ผล/ต้น ซึ่งน้ำหนักต่อผล จะอยู่ที่ประมาณ 350-700 กรัม โดยประมาณ หรือ มากกว่า 1,000 กรัม ถ้าผลมีความสมบูรณ์มาก หรือ บางต้นสามารถไว้ได้ 4-5 ลูก ขึ้นกับ จำนวนดอกตัวเมีย และ การผลมเกสร

7.การเก็บเกี่ยวผลผลิต : อายุ 40-50 วัน หลังจากผสมเกสร ผลของบัตเตอร์นัทจะเริ่มขยายใหญ่ขึ้น และ ผลเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเหลืองอ่อนเป็นสีเหลืองเข้มเมื่อแก่จัด พร้อมที่จะเก็บเกี่ยว และ จัดจำหน่ายต่อไป

8.การแปรรูป : บัตเตอร์นัท สามารถนำมาปรุงอาหารและแปรรูปได้หลากหลายชนิด เนื้อละเอียดแน่นสีเหลืองส้ม โดยที่มีรสชาด หอมหวาน